เมื่อการท่องเที่ยวกลายเป็นการออกกำลังกายที่มีเรื่องราว
ใครเคยคิดว่าการไปต่างประเทศต้องวนอยู่กับการกินและการช้อป อาจต้องเปลี่ยนมุมมองในปี 2026 เพราะเทรนด์ “Runcation” หรือการเที่ยวไปวิ่งไป กำลังกลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่คนรุ่นใหม่หลงรัก เมืองใหญ่ทั่วโลกเริ่มมี Run Club และคอมมูนิตี้นักวิ่งที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการเดินทางเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักวิ่งสายเที่ยวทั่วโลกยกให้เป็นเมืองในฝันคือ “ฮ่องกง” เมืองที่ไม่ได้มีเพียงตึกระฟ้าและแสงสี แต่ยังถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินและการวิ่ง ถนนปลอดภัย ทางเท้าต่อเนื่อง และเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และชีวิตผู้คนที่ทำให้การวิ่งกลายเป็นการสำรวจเมืองในอีกมิติหนึ่ง
ในปีใหม่นี้ Running Insider จะพาเราไปเปิดพิกัดเส้นทาง City Run ที่รวมความเป็นเมืองเข้ากับธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ย่าน Wan Chai ใจกลางมหานคร ไปจนถึงยอดเขา The Peak จุดชมวิวระดับตำนานของฮ่องกง เส้นทางที่วิ่งไม่ไกล แต่ให้ประสบการณ์ที่ลึกกว่าการนั่งรถขึ้นไปถ่ายรูปหลายเท่า


เส้นทาง City Run จาก Wan Chai สู่ The Peak เส้นทางที่นักวิ่งต้องลองสักครั้ง
หากพูดถึงเส้นทางวิ่งที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง Running Insider ปักหมุดเส้นทางจาก Wan Chai สู่ The Peak เป็นลิสต์ที่นักวิ่งชาวไทยไม่ควรพลาด เส้นทางนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนภาพจำของฮ่องกงจากป่าคอนกรีตไปสู่ภูเขาและสีเขียวของธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ
การวิ่งเริ่มต้นจากสถานี MTR Wan Chai ทางออก A3 ผ่าน Wan Chai Gap Road ที่เป็นทางชัน ก่อนเข้าสู่เส้นทางที่เชื่อมต่อ Bowen Road, Coombe Road, Magazine Gap, Barker Road และ Plantation Road จนไปสิ้นสุดที่ The Peak รวมระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งหากเดินต่อเนื่อง หรือราวสองชั่วโมงหากแวะหยุดชมวิวเป็นระยะ ความสูงสะสมมากกว่า 400 เมตร แต่ไม่ยากจนเกินไปสำหรับนักวิ่งทั่วไป
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือเช้าตรู่ราว 6 โมงเช้า หรือช่วงเย็นประมาณ 5 โมง ซึ่งอากาศกำลังสบายและแสงเมืองกำลังสวย เส้นทางบางช่วงเป็นทางคอนกรีตลาดชัน บางช่วงมีต้นไม้ร่มรื่นสลับกับวิวตึกสูงและอ่าววิคตอเรีย เป็นการวิ่งที่ทำให้เห็นฮ่องกงในมุม Bird’s Eye View ที่ไม่มีวันได้จากรถบัสหรือรถราง


ระหว่างทางคือเสน่ห์ของฮ่องกงที่ค่อย ๆ เปิดเผย
Wan Chai คือจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องคาเฟ่และร้านอาหารเก๋ ๆ และยังมีแลนด์มาร์กอย่าง The Blue House อาคารหลากสีที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ก่อนเริ่มวิ่งสามารถปักหมุด Google Maps ไปยัง The Peak Tower Sky Terrace 428 แล้วออกเดินทางตามเส้นทางขึ้นเขาได้ทันที
เมื่อเข้าสู่ช่วง Barker Road วิวของฝั่งเกาะฮ่องกงจะเปิดกว้างขึ้นอย่างชัดเจน จุดนี้เป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพที่สวยที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม และยิ่งโรแมนติกเป็นพิเศษในช่วงเช้าหรือยามเย็น ระหว่างทางยังมีโอกาสพบกับนักวิ่งโลคอลที่ใช้เส้นทางนี้ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงา แต่เต็มไปด้วยพลังของผู้คนที่รักการเคลื่อนไหว
อีกหนึ่งเสน่ห์ระหว่างทางคือสถานี Barker Road Station ของรถราง Peak Tram ที่ยังคงสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ให้ความรู้สึกย้อนยุคและโรแมนติก เป็นจุดพักหายใจและเช็กอินที่ทำให้การวิ่งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลาและระยะทาง แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์



The Peak จุดหมายปลายทางของรางวัลหลังการวิ่ง
เมื่อมาถึง The Peak ด้านบนสุดจะเป็นสถานีสุดท้ายของรถรางและศูนย์รวมร้านอาหาร คาเฟ่ และห้างเล็ก ๆ ให้แวะเติมพลัง เส้นทางนี้ถือเป็น City Run ที่สมดุลระหว่างความท้าทายและความงดงาม มีจุดให้หยุดถ่ายรูปหลายมุม และทำให้การวิ่งขึ้นเขากลายเป็นความทรงจำมากกว่าการออกกำลังกาย
คาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดคือ Bakehouse สาขา The Peak Tower ร้านทาร์ตไข่ชื่อดังในหมู่คนไทย ที่มีเมนูพิเศษเฉพาะสาขานี้อย่างพัฟไส้หมูแดงจากการคอลแลประหว่าง Bakehouse และร้าน Sun Kwai Heung ในย่าน Wan Chai อีกแห่งคือ Halfway Coffee คาเฟ่ยอดนิยมที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังห้าง การได้จิบกาแฟร้อนหลังการวิ่ง พร้อมมองวิวเมืองจากมุมสูง คือรางวัลที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุดของทริปนี้


การเดินทางกลับที่กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์
หลังจากพักผ่อนที่ The Peak สามารถเลือกเดินทางกลับได้สองวิธี วิธีแรกคือขึ้น Peak Tram รถรางสายคลาสสิกที่พาลัดเลาะลงสู่ Central ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในยุคเก่าของฮ่องกง อีกวิธีคือรถบัสสองชั้นสาย 15 ที่ออกจาก The Peak Galleria ทุก 15 นาที ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีในการกลับสู่ Central พร้อมชมวิวเมืองไปตลอดทาง
Runcation คือการให้รางวัลทั้งร่างกายและหัวใจ
การท่องเที่ยวในปี 2026 ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสุขภาพหรือความสนุก Runcation คือการรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว การได้วิ่งไปพร้อมกับการค้นพบเมืองใหม่ ทำให้การเดินทางมีความหมายมากขึ้น เป็นเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้ฟังเสียงหัวใจและจังหวะเท้า พร้อมกับวิวที่สวยจนไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์
ฮ่องกงในมุมของนักวิ่งจึงไม่ใช่แค่เมืองแห่งตึกสูง แต่คือเมืองแห่งเส้นทาง เมืองแห่งการเคลื่อนไหว และเมืองที่รอให้เราค้นพบด้วยสองขาของตัวเอง พกรองเท้าคู่โปรดแล้วจองตั๋วไปฮ่องกงในแบบ Runcation กันสักครั้ง แล้วคุณอาจหลงรักการเดินทางในรูปแบบใหม่ที่ทั้งแข็งแรงและงดงามไปพร้อมกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก Running Insider



Leave feedback about this