01/29/2026
ticycity.com
PR news TICY PR

มหิดลเปิดเทรนด์โลก 2026 รับกระแส Longevity ชูนวัตกรรมแพทย์และนักวิจัยไทย  “สู้มะเร็ง-รู้ทันโรค-ชะลอวัย” ถอดรหัสคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์เทรนด์โลกปี 2026 รับกระแส Longevity ชี้ทิศทางสุขภาพยุคใหม่ต้องไม่ใช่แค่อายุยืน แต่ต้องอายุยืนอย่างมีคุณภาพ โชว์ศักยภาพนวัตกรรมการแพทย์ฝีมือคนไทยที่คุณภาพทัดเทียมเวทีโลก ชูไฮไลต์นวัตกรรม “สู้มะเร็ง-รู้ทันโรค-ชะลอวัย” ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและโรคอุบัติใหม่ มุ่งต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) ม.มหิดล เปิดเผยว่า โลกในปี 2026 กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการถอดรหัสการใช้ชีวิตของมนุษย์ให้มีคุณภาพและยืนยาวขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับจากการเป็นผู้บริโภคเทคโนโลยี มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านคุณภาพชีวิตและ Longevity

สถาบัน INT มหิดล จึงเดินหน้ายุทธศาสตร์ที่จะเป็นประตูสู่โอกาสในการเชื่อมโยงและผลักดันงานวิจัยเชิงลึกจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดจริง โดยมุ่งเน้น 3 แกนนวัตกรรมหลักที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ได้แก่เทคโนโลยีการแพทย์ด้านเซลล์และยีนบำบัด (Cell and Gene Therapy), การเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเท่าเทียม และ เวชศาสตร์ชะลอวัยและความงาม

ทุกวันนี้ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellness และ Longevity ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุชัดเจนว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์’ (Aged Society) แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้น นวัตกรรมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทั้งโอกาสและความหวัง ในการทำให้คนไทย ‘ป่วยน้อยลง หายเร็วขึ้น และมีความสุขมากขึ้น’

นอกจากมิติด้านคุณภาพชีวิต นวัตกรรมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงการแพทย์และการรักษาที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียมโดย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกทั้งยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เพราะโลกธุรกิจยุคใหม่จะวัดผลแพ้ชนะกันด้วยนวัตกรรม” รศ.วิริยะกล่าว

พลิกโฉมการรักษามะเร็งด้วย “ยามีชีวิต”

ท่ามกลางวิกฤตสุขภาพที่โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นตามสังคมสูงวัยด้วยยอดผู้ป่วยรายใหม่กว่า 140,000 คนต่อปี ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  ได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแพทย์ไทยสู่ การแพทย์ยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเซลล์และยีนบำบัด โดยเปลี่ยนแนวคิดจากการใช้เคมีบำบัด มาเป็นการสร้าง “ยาที่มีชีวิต” ผ่านเทคโนโลยี ATMPs หรือการใช้เซลล์ของผู้ป่วยมาปรับแต่งพันธุกรรมเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือการเปลี่ยนเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยให้กลายเป็นอาวุธสำหรับพิชิตมะเร็ง โดยทีมแพทย์จะนำเม็ดเลือดขาวออกจากร่างกาย มาเข้ากระบวนการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อติดอาวุธ ให้เซลล์จดจำและไล่ล่าทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ ก่อนฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงการยื้อชีวิต แต่คือความหวังใหม่ในการทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดดื้อยาสามารถหายขาดได้จริง

นอกจากนี้ ทีมวิจัยไทยยังประกาศความสำเร็จในการผลิต  Viral Vector Technology  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการใช้ไวรัสนำพายีนเข้าสู่เซลล์เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน และ CRISPR/Cas9 Technology หรือเครื่องมือการตัดต่อดีเอ็นเอ ซึ่งช่วยให้สามารถดัดแปลงลำดับดีเอ็นเอในเซลล์ได้ตามความต้องการโดยเทคโนโลยีการตัดต่อยีนนี้จะไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษามะเร็ง แต่ในอนาคตอันใกล้จะถูกขยายผลไปสู่การรักษา โรคทางพันธุกรรมอื่นๆ เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ให้หายขาดได้เช่นกัน ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้โรคซับซ้อนสามารถถูกรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรม “รู้เร็ว-รอดเร็ว” สร้างเกราะป้องกันคนไทยด้วยการเข้าถึงการวินิจฉัยอย่างเท่าเทียม

ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบ Decentralized Diagnostics หรือการกระจายอำนาจการตรวจวินิจฉัยสู่มือประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือโรคอุบัติใหม่หรือโรคที่คนมักไม่รู้จัก โดยเฉพาะภัยคุกคามจาก “โรคไข้ดิน” (Melioidosis) โรคติดเชื้อร้ายแรงที่ถูกขนานนามว่าเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร นาข้าว หรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับน้ำขัง 

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่เป็นคอขวดของการรักษา คือกับดักเวลา เนื่องจากผู้ป่วยระยะวิกฤตมักเสียชีวิตภายใน 48 ชั่วโมงแรก แต่กระบวนการวินิจฉัยมาตรฐานด้วยการเพาะเชื้อกลับต้องใช้เวลานานถึง 3-7 วัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเสียชีวิตก่อนทราบผล ทีมวิจัยจึงได้พัฒนานวัตกรรมชุดตรวจ Rapid Test แบบพกพาที่รู้ผลแม่นยำภายใน 15 นาที ช่วยให้แพทย์สามารถให้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงได้ทันที ซึ่งการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็วคือกุญแจสำคัญที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้ดินได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่สำคัญ นวัตกรรมนี้ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำทางสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางและเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงมาตรฐานการวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำทัดเทียมกับคนในเมือง โดยไม่ต้องเดินทางไกลหรือไม่ต้องเสียเงินราคาแพงเกินไป สร้างระบบสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน

เจาะเทรนด์ความงามปี 2026 ฟื้นฟูสภาวะเสื่อมระดับเซลล์เพื่อย้อนวัยทางชีวภาพ

ขณะที่เทรนด์ความงามยุคปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคของการกระตุ้นเซลล์เพื่อซ่อมแซมตนเอง แทนการใช้สารแปลกปลอมมาเติมเต็มที่อาจมีความเสี่ยงในระยะยาว ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชา ตจวิทยา สาขาวิชาตจศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ระบุว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่ง เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อมที่ก้าวข้ามเพียงการปกปิดริ้วรอย ไปสู่การย้อนวัยทางชีวภาพอย่างแท้จริง ด้วยการใช้นวัตกรรมเซลล์บำบัดและเทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูงที่วิจัยมาเพื่อตอบโจทย์สรีระผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ

โดยนวัตกรรมความงามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและคืนศักดิ์ศรีให้กับผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง เช่น ปานแดง ปานดำ หรือแผลเป็นรุนแรง ซึ่งในทางจิตวิทยาถือเป็นบาดแผลทางใจที่กระทบต่อความมั่นใจและโอกาสทางสังคม การใช้นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามารักษา จึงเปรียบเสมือนการมอบชีวิตใหม่ ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถกลับมายืนในสังคมได้อย่างมั่นใจและมีความสุขอีกครั้ง

นอกจากนี้ เพื่อยกระดับประเทศไทยจากเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่การเป็น “Health & Beauty Innovation Hub” หรือศูนย์กลางนวัตกรรมความงามระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำ ล่าสุดจึงได้มีการนำ เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR – Virtual Reality) เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการอัพสกิลและฝึกอบรมหัตถการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความชำนาญสูงสุด เพื่อยกระดับประเทศไทยให้โดดเด่นในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยควบคู่กับมาตรฐานวิชาชีพระดับสากล

นวัตกรรมปลดล็อกคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทย

ความสำเร็จของนวัตกรรมทั้ง 3 ด้านนี้ ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สร้างสรรค์ขึ้นจากมันสมองและฝีมือของคนไทย และเป็นบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่าศักยภาพของนวัตกรรมไทยมีความแข็งแกร่งทัดเทียมเวทีโลก และสามารถเป็นตัวปลดล็อกให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเท่าเทียม สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็น “ประตูสู่โอกาสทางนวัตกรรม” ด้วยการเชื่อมโยงพลังระหว่างเครือข่ายนักวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบสังคมที่มีสุขภาพดีและมีความสุขอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน โปรดติดต่อ งานยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) ม.มหิดล

Email: INT-sc@mahidol.ac.th  เบอร์โทรศัพท์ 02-849-6055 Website : https://INT.mahidol.ac.th/

Runcation 2026 เที่ยวฮ่องกงด้วยสองขา เปิดมุมมองใหม่ของการเดินทางผ่าน City Run

เมื่อการท่องเที่ยวกลายเป็นการออกกำลังกายที่มีเรื่องราว…

Wonderpuff ชี้เทรนด์คนดูหนังที่บ้านกับครอบครัว ทำตลาดป็อปคอร์นคึกคัก

ชวนคนไทยสร้างบรรยากาศโรงหนังในบ้าน ด้วยสแน็กคู่หนัง อัน…

When Craft Meets Culture: บทใหม่ของ Onitsuka Tiger จากบ้านเกิดสู่เวทีโลก

บางครั้ง การเริ่มต้นบทใหม่ของแบรนด์ระดับโลก ไม่ได้เกิดข…

PR

Leave feedback about this

  • Rating